แม้จะเพิ่งย้ายมาค้าแข้งกับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพียงแค่หนึ่งฤดูกาล นับตั้งแต่ย้ายมาจาก “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2020/21 แต่ เอดินสัน คาวานี กองหน้าจอมเก๋าทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งเป็นเจ้าของสมญานามว่า
“เอล มาทาดอร์” หรือนักล่าตาข่ายที่ชอบหลอกล่อกองหลังทีมคู่แข่งฝั่งตรงข้ามให้เสียรังวัดได้อยู่เป็นประจำตามแบบฉบับของ “นักสู้วัวกระทิง” ได้พิสูจน์ฝีเท้าให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าคือ “ของจริง” โดยเฉพาะสัญชาตญาณการยิงประตูตามแบบฉบับของพวกกองหน้าระดับโลกนั่นเอง
ด้วยอายุอานามที่มากถึง 34 ปี ทำให้หลายๆ คนอาจปรามาสว่าเป็นเหมือน “ไม้ใกล้ฝั่ง” ตามตัวเลขของวัยที่เข้าสู่ช่วงบั้นปลายของอาชีพค้าแข้งเสียแล้ว จึงมีความกังวลกันว่าสภาพร่างกายของ คาวานี จะฟิตมากพอสำหรับการค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกหรือไม่?
เพราะเป็นลีกลูกหนังที่ต้องใช้พลังกำลังในการเข้าปะทะสูงมากๆ แถมยังหาญกล้าจากการที่เลือกสวมใส่หมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์เสื้อในตำนานของบรรดาอดีตนักเตะ “ปีศาจแดง” ที่เคยสร้างตำนานความยิ่งใหญ่ทิ้งเอาไว้ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เสียด้วย
ก่อนหน้านี้ “เบอร์ 7” เคยเป็นหมายเลขเสื้อของตำนานนักเตะ “ปีศาจแดง” จากรุ่นสู่รุ่นหลายคนเลย โดยเริ่มต้นจาก จอร์จ เบสต์ ปีกรูปหล่อในช่วงทศวรรษ 60-70 และสานต่อโดย ไบรอัน ร็อบสัน เจ้าของฉายา “กัปตันมาร์เวล” ในช่วงทศวรรษ 80 ก่อนจะตกทอดไปถึง เอริค คันโตน่า รวมถึง เดวิด เบ็คแฮม ในช่วงทศวรรษ 90 หลังจากนั้น คริสเตียโน โรนัลโด ได้รับช่วงต่อความยิ่งใหญ่ระหว่างปี 2003-2009
นับตั้งแต่ โรนัลโด ตัดสินใจถอดเสื้อหมายเลข 7 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 หลังจากนั้น “ปีศาจแดง” ได้มองหานักเตะฝีเท้าดีที่คู่ควรกับการสวมใส่เบอร์ในตำนานของสโมสรมาโดยตลอด
แต่กลับลงเอยด้วยความล้มเหลวแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล โอเวน, หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อังเคล ดิ มาเรีย, เมมฟิส เดปาย รวมถึง อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งเคยผ่านการสวมใส่หมายเลข 7 มาแล้วทั้งนั้น แต่กลับโชว์ฝีเท้าได้ไม่สมศักดิ์ศรีของนักเตะที่สวมใส่เบอร์เสื้อในตำนานของสโมสรเลยแม้แต่น้อย
จึงเป็นเหตุให้แฟนบอล “ปีศาจแดง” บางคนเคยรู้สึกไม่ปลื้มทีมโปรดที่เลือกคว้านักเตะที่อยู่ในวัยโรยรา ซึ่งเป็นเหมือนการเซ็นสัญญาแก้ขัดจากตอนที่ไม่สามารถซื้อพวกแข้งดังเข้ามาเสริมทัพได้ทันก่อนที่ตลาดซื้อขายรอบแรกจะปิดลงเมื่อช่วงกลางปี 2020 และเกิดอาการหวั่นใจว่า คาวานี อาจจะเป็นนักเตะหมายเลข 7
ที่ล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งราย แต่ด้วยความประสบการณ์ที่เคยผ่านการค้าแข้งใน 2 ลีกชั้นนำของยุโรป นั่นก็คือ กัลโช เซเรีย อา อิตาลี เมื่อตอนสมัยที่ค้าแข้งกับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี รวมถึงตอนที่ย้ายไปสร้างตำนานกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส ในฐานะดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรด้วยจำนวน 200 ประตูพอดี
ทำให้ คาวานี สามารถเอาตัวรอดในศึกพรีเมียร์ลีกได้แบบสบายๆ และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบางครั้งการเล่นฟุตบอลไม่ได้ใช้แต่เรื่องของพลังกำลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สามารถใช้มันสมองในการเล่นไปด้วยก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องของการยิงประตูที่อาศัยความขยันวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อรอลูกฟุตบอลแล้วหาทางส่งเข้าไปตุงตาข่ายให้ได้ตามแบบที่ถนัดอยู่แล้ว
และสามารถจบสกอร์ในลักษณะนี้ให้กับ “ปีศาจแดง” ได้เป็นประจำเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นในจังหวะที่หลุดแนวรับของทีมคู่แข่งแล้วเข้าไปจบสกอร์ได้ รวมถึงจังหวะที่ใช้ศีรษะโหม่งพังตาข่ายได้แบบเฉียบขาดเหมือนอย่างในหลายๆ ประตูที่ทำได้อยู่บ่อยๆ